Auction Insights คืออะไร? ดูคู่แข่ง Google Ads ก่อนเพิ่มงบ

June 13, 2026
Auction Insights, Google Ads, Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate

“ถ้าค่าแอดแพงขึ้น อย่าเพิ่งเพิ่มงบทันที ให้เช็กก่อนว่าสนามประมูลใน Google Ads เปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่แคมเปญเราอย่างเดียว แต่อาจมีคู่แข่งเข้ามาแย่งพื้นที่มากขึ้น”

Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ช่วยให้เราเห็นว่าโฆษณาของเราแข่งขันกับผู้ลงโฆษณารายใดบ้างในหน้าค้นหา และ Performance ของเราเมื่อเทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร เช่น เรามี Impression Share เท่าไร คู่แข่งขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน คู่แข่งอยู่เหนือเราแค่ไหน และโฆษณาของเราขึ้นด้านบนของหน้า Google บ่อยพอหรือไม่ หลายธุรกิจเจอสถานการณ์ว่า อยู่ดี ๆ ค่าโฆษณาแพงขึ้น Cost per Click สูงขึ้น Lead แพงขึ้น หรือยอด Conversion ลดลง แล้วรีบสรุปว่าแคมเปญมีปัญหา Keyword ไม่ดี หรือควรเพิ่มงบให้มากขึ้น แต่ในความจริง อาจเกิดจากสนามประมูลเปลี่ยน เช่น มีคู่แข่งรายใหม่เข้ามา คู่แข่งเพิ่มงบ คู่แข่งปรับ Bid Strategy หรือคู่แข่งมี Ad Rank แข็งขึ้น Auction Insights จึงเป็นรายงานที่ช่วยให้การวิเคราะห์ Google Ads มีมุมมองด้านการแข่งขัน ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขของบัญชีเราอย่างเดียว เพราะบางครั้ง CTR ลด CPC แพง หรือ Impression Share หาย อาจเกิดจากคู่แข่งในตลาดบุกหนักขึ้นจริง ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเห็นว่า Overlap Rate ของคู่แข่งรายหนึ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่าคู่แข่งรายนั้นเริ่มเข้ามาอยู่ในการประมูลเดียวกับเราบ่อยขึ้น หรือถ้า Position Above Rate ของคู่แข่งสูงมาก แปลว่าเวลาทั้งเราและเขาแสดงพร้อมกัน เขามักอยู่เหนือเรา ซึ่งอาจกระทบ Click, CTR และ Conversion ของเราได้ บทความนี้จะพาเข้าใจว่า Auction Insights คืออะไร ใช้ดูคู่แข่งใน Google Ads อย่างไร Metric สำคัญอย่าง Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate, Top of Page Rate และ Outranking Share แปลว่าอะไร และควรใช้ข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับแคมเปญอย่างไร สำหรับคนที่กำลังเรียน Google Ads หรือกำลังดูแลแคมเปญ Search Ads ให้ธุรกิจตัวเอง รายงานนี้เป็นหนึ่งในรายงานที่ควรรู้ เพราะช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่าแอดแพงขึ้นเพราะงบน้อย Quality ต่ำ หรือเพราะสนามแข่งขันเปลี่ยนจริง ถ้าต้องการเรียนแบบจับมือทำ ตั้งแต่การวาง Search Campaign, Keyword, Bidding, Auction Insights, Impression Share, Conversion Tracking และการอ่านผลจากยอดขายจริง สามารถดูรายละเอียดได้ที่ คอร์ส Google Ads Beginner to Expert ของ DigitalD2M Auction Insights Google Ads Impression Share Overlap Rate Position Above Rate และการวิเคราะห์คู่แข่งก่อนเพิ่มงบ

สารบัญ

  1. Auction Insights คืออะไร
  2. ทำไม Auction Insights สำคัญกับ Google Ads
  3. Auction Insights Report บอกอะไรได้บ้าง
  4. Impression Share คืออะไร
  5. Overlap Rate คืออะไร
  6. Position Above Rate คืออะไร
  7. Top of Page Rate และ Absolute Top of Page Rate คืออะไร
  8. Outranking Share คืออะไร
  9. ค่าแอดแพงขึ้น ควรดู Auction Insights อย่างไร
  10. คู่แข่งใน Auction Insights อาจไม่ใช่คู่แข่งธุรกิจเสมอไป
  11. Metric ที่ควรดูคู่กับ Auction Insights
  12. คนเรียน Google Ads ควรเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร
  13. BATTLE Framework สำหรับอ่าน Auction Insights
  14. Routine การเช็ก Auction Insights
  15. Masterclass 3 กล่อง
  16. ตาราง Use Case สำหรับธุรกิจแต่ละประเภท
  17. Danger Zone จุดพลาดที่พบบ่อย
  18. Checklist ก่อนเพิ่มงบเพราะคิดว่าคู่แข่งแรงขึ้น
  19. FAQ คำถามที่พบบ่อย
  20. สรุป

Auction Insights คืออะไร

Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ใช้เปรียบเทียบ Performance ของโฆษณาเรากับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่เข้าร่วมการประมูลเดียวกัน เช่น คู่แข่งที่โฆษณาขึ้นร่วมกับเราในหน้าค้นหา Google Google อธิบายว่า Auction Insights Report ช่วยเปรียบเทียบ Performance กับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่อยู่ในการประมูลเดียวกัน และช่วยให้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เรื่อง Bidding และ Budgeting ได้ดีขึ้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Auction Insights รายงานนี้ตอบคำถามสำคัญ เช่น:
  • เราได้แสดงโฆษณาบ่อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับโอกาสทั้งหมด
  • คู่แข่งรายไหนขึ้นร่วมกับเราบ่อย
  • คู่แข่งรายไหนมักอยู่เหนือเรา
  • โฆษณาเราขึ้น Top of Page บ่อยแค่ไหน
  • เราชนะหรือแพ้คู่แข่งใน Auction บ่อยแค่ไหน
  • สนามแข่งขันเปลี่ยนไปหรือไม่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
พูดง่าย ๆ คือ Auction Insights เป็นเหมือนเรดาร์ดูสนามประมูล Google Ads ว่าเราไม่ได้แข่งอยู่คนเดียว แต่กำลังเจอใคร และตำแหน่งของเราในสนามนั้นแข็งแรงแค่ไหน

ทำไม Auction Insights สำคัญกับ Google Ads

Google Ads ไม่ใช่ระบบที่เราจ่ายเงินแล้วแสดงโฆษณาแบบคงที่ แต่เป็นระบบประมูล โฆษณาของเราจึงแข่งขันกับผู้ลงโฆษณารายอื่นตลอดเวลา ถ้าวันหนึ่ง CPC แพงขึ้น หรือ Conversion ลดลง สาเหตุอาจไม่ได้มาจาก Keyword, Ad Copy หรือ Landing Page ของเราเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากคู่แข่งเข้ามาแข่งมากขึ้นหรือเสนอราคาสูงขึ้น ตัวอย่างสถานการณ์:
  • คู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดและเพิ่มงบหนัก
  • คู่แข่งเดิมปรับ Bid Strategy ให้ Aggressive ขึ้น
  • คู่แข่งมี Quality Score หรือ Ad Rank ดีขึ้น
  • ตลาดเข้าสู่ช่วง High Season ทำให้หลายแบรนด์บิดแข่งพร้อมกัน
  • เราเสีย Impression Share เพราะงบไม่พอหรืออันดับโฆษณาไม่แข็ง
Auction Insights ช่วยให้เราไม่ต้องเดาว่า “คู่แข่งมาแรงไหม” แต่ดูจากข้อมูลได้ว่าเขาเข้ามา Overlap กับเรามากขึ้นหรือไม่ เขาอยู่เหนือเราบ่อยขึ้นหรือไม่ และเราเสียพื้นที่การแสดงผลไปมากแค่ไหน ดังนั้นก่อนเพิ่มงบหรือปรับ Bid ควรเปิด Auction Insights ดูก่อน เพื่อรู้ว่าปัญหาเกิดจากสนามแข่งขันจริง หรือเกิดจากโครงสร้างแคมเปญของเราเอง

Auction Insights Report บอกอะไรได้บ้าง

สำหรับ Search Campaigns รายงาน Auction Insights จะมี Metric หลักหลายตัวที่ช่วยอ่านภาพการแข่งขันได้ละเอียดขึ้น Metric ที่มักใช้วิเคราะห์:
  • Impression Share: สัดส่วนการแสดงผลที่เราได้รับจากโอกาสทั้งหมดที่มีสิทธิ์แสดง
  • Overlap Rate: คู่แข่งรายนั้นขึ้นพร้อมกับเราบ่อยแค่ไหน
  • Position Above Rate: เมื่อเรากับคู่แข่งขึ้นพร้อมกัน คู่แข่งอยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน
  • Top of Page Rate: โฆษณาขึ้นด้านบนของหน้าเหนือ Organic Results บ่อยแค่ไหน
  • Absolute Top of Page Rate: โฆษณาขึ้นเป็นอันดับบนสุดของหน้า Google บ่อยแค่ไหน
  • Outranking Share: เราชนะคู่แข่งรายหนึ่งใน Auction บ่อยแค่ไหน
Google ระบุว่า Search Campaigns ใน Auction Insights Report มีสถิติ 6 ตัว ได้แก่ Impression Share, Overlap Rate, Outranking Share, Position Above Rate, Top of Page Rate และ Absolute Top of Page Rate อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Auction Insights Statistics ประโยชน์ของรายงานนี้คือช่วยให้เราแยกแยะได้ว่า แคมเปญแพ้เพราะมองเห็นน้อย แพ้เพราะคู่แข่งอยู่เหนือเรา แพ้เพราะคู่แข่งเข้ามาแข่งบ่อยขึ้น หรือแพ้เพราะเรายังไม่ได้ขึ้นตำแหน่งที่มีโอกาสได้คลิกมากพอ

Impression Share คืออะไร

Impression Share คือสัดส่วนของ Impression ที่เราได้รับ เทียบกับจำนวน Impression ที่เรามีสิทธิ์ได้รับทั้งหมด ตัวอย่างแบบเข้าใจง่าย:
  • ถ้าเรามีสิทธิ์แสดงได้ 1,000 ครั้ง
  • แต่โฆษณาเราแสดงจริง 500 ครั้ง
  • Impression Share จะอยู่ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์
Google อธิบายว่า Impression Share คือจำนวน Impression ที่ได้รับ หารด้วยจำนวน Impression โดยประมาณที่มีสิทธิ์ได้รับ โดย Eligibility ขึ้นกับ Targeting, Approval Status และ Quality Score อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Impression Share Impression Share ต่ำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น:
  • งบประมาณไม่พอ
  • Bid ต่ำเกินไป
  • Ad Rank ไม่ดีพอ
  • Quality Score ต่ำ
  • Keyword กว้างหรือแข่งขันสูง
  • คู่แข่งเข้ามาแย่ง Auction มากขึ้น
ดังนั้นถ้า Impression Share ต่ำ อย่าเพิ่งเพิ่มงบอย่างเดียว ต้องดูต่อว่าเสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank และต้องดู Auction Insights ประกอบว่าคู่แข่งกดดันมากขึ้นหรือไม่

Overlap Rate คืออะไร

Overlap Rate คือสัดส่วนที่โฆษณาของคู่แข่งรายหนึ่งแสดงพร้อมกับโฆษณาของเราใน Auction เดียวกัน Google อธิบายว่า Overlap Rate คือความถี่ที่โฆษณาของผู้ลงโฆษณารายอื่นได้รับ Impression เมื่อโฆษณาของเราก็ได้รับ Impression เช่นกัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Overlap Rate ตัวอย่าง:
  • ถ้าคู่แข่งมี Overlap Rate 70 เปอร์เซ็นต์
  • แปลว่าในหลายครั้งที่โฆษณาเราแสดง คู่แข่งรายนี้ก็แสดงร่วมด้วยบ่อยมาก
Overlap Rate สูงไม่ได้แปลว่าคู่แข่งชนะเราเสมอไป แต่บอกว่าเขาเป็นคู่แข่งในสนามประมูลเดียวกับเราบ่อย วิธีใช้:
  • ดูว่าคู่แข่งรายใดเข้ามาแข่งกับเราบ่อยที่สุด
  • เทียบช่วงเวลา เช่น เดือนนี้เทียบเดือนก่อน
  • ดูว่ามีคู่แข่งรายใหม่เริ่ม Overlap สูงขึ้นหรือไม่
  • ใช้ประกอบกับ Position Above Rate เพื่อดูว่าเขาแค่ขึ้นร่วม หรือขึ้นเหนือเราด้วย
ถ้า Overlap Rate สูงขึ้นพร้อมกับ CPC แพงขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มแข่งขันหนักขึ้นจริง

Position Above Rate คืออะไร

Position Above Rate คือสัดส่วนที่โฆษณาของคู่แข่งแสดงอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าโฆษณาของเรา เมื่อทั้งสองโฆษณาแสดงพร้อมกัน Google อธิบายว่า Position Above Rate คือความถี่ที่โฆษณาของผู้ลงโฆษณารายอื่นแสดงในตำแหน่งสูงกว่าเรา เมื่อโฆษณาทั้งสองแสดงพร้อมกัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Position Above Rate ตัวอย่าง:
  • คู่แข่ง A มี Overlap Rate 60 เปอร์เซ็นต์
  • และ Position Above Rate 80 เปอร์เซ็นต์
  • แปลว่าเขาขึ้นร่วมกับเราบ่อย และเวลาขึ้นร่วมกัน เขามักอยู่เหนือเรา
สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ต่อ:
  • เราแพ้เพราะ Bid ต่ำหรือไม่
  • Quality Score ต่ำหรือไม่
  • Ad Relevance และ Landing Page Experience ดีพอหรือไม่
  • Keyword นี้คุ้มพอให้ดันตำแหน่งหรือไม่
  • Conversion จาก Keyword นี้ดีพอให้แข่งขันตำแหน่งบนหรือไม่
Position Above Rate สูงไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ถ้าเราอยู่ต่ำกว่าแต่ยังได้ Conversion คุ้มกว่า ก็ไม่จำเป็นต้องแข่งขึ้นที่หนึ่งทุกคำ แต่ถ้าคำที่สำคัญมากและ Conversion คุณภาพดี การปล่อยให้คู่แข่งอยู่เหนือเราตลอดอาจทำให้เสียโอกาสได้

Top of Page Rate และ Absolute Top of Page Rate คืออะไร

Top of Page Rate คือความถี่ที่โฆษณาของเรา หรือของคู่แข่งในแถวที่เราดู แสดงด้านบนของหน้า Google เหนือผลการค้นหาแบบ Organic Absolute Top of Page Rate คือความถี่ที่โฆษณาแสดงเป็นตำแหน่งบนสุดอันดับแรกของหน้า Google Google อธิบายว่า Top of Page Rate คือความถี่ที่โฆษณาแสดงด้านบนของหน้าเหนือ Organic Results ส่วน Absolute Top of Page Rate คือความถี่ที่โฆษณาแสดงเป็นโฆษณาแรกสุดเหนือ Organic Results อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Top of Page Rate ตัวอย่างการอ่าน:
  • Top of Page Rate สูง แปลว่าโฆษณามีโอกาสอยู่บริเวณที่คนเห็นชัด
  • Absolute Top Rate สูง แปลว่าโฆษณามักอยู่ตำแหน่งบนสุด
  • ถ้าคู่แข่ง Absolute Top สูงมาก อาจแปลว่าเขาดันตำแหน่งค่อนข้าง Aggressive
แต่ตำแหน่งบนสุดไม่ใช่คำตอบเสมอไป เพราะบาง Keyword ขึ้นอันดับบนสุดแล้ว CPC แพงเกินจนไม่คุ้ม ดังนั้นต้องดูคู่กับ Conversion, Cost per Conversion, Lead Quality และกำไรจริง

Outranking Share คืออะไร

Outranking Share คือสัดส่วนที่โฆษณาของเรามีอันดับสูงกว่าคู่แข่งรายหนึ่ง หรือโฆษณาเราขึ้นในขณะที่โฆษณาของคู่แข่งไม่ขึ้น Google อธิบายว่า Outranking Share บอกว่าโฆษณาของเรา Rank สูงกว่าโฆษณาของผู้ลงโฆษณาอีกราย หรือโฆษณาของเราแสดงเมื่อของเขาไม่แสดง บ่อยแค่ไหน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Outranking Share ใช้ทำอะไรได้บ้าง:
  • ดูว่าเราชนะคู่แข่งรายสำคัญบ่อยแค่ไหน
  • ดูแนวโน้มว่าคู่แข่งกำลังแซงเราหรือไม่
  • ใช้ประกอบกับ Position Above Rate เพื่อดูภาพการแข่งขัน
  • วิเคราะห์ว่าเราควรดันบาง Keyword หรือไม่
อย่างไรก็ตาม อย่าตั้งเป้าว่าต้อง Outrank คู่แข่งทุกครั้ง เพราะบางครั้งการไล่ชนะคู่แข่งทุก Auction อาจทำให้ CPC สูงเกินและกำไรหาย เป้าหมายที่ดีกว่าคือชนะในคำที่คุ้มและเกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง ไม่ใช่ชนะทุกคำแบบไม่ดูยอดขาย

ค่าแอดแพงขึ้น ควรดู Auction Insights อย่างไร

เมื่อค่าแอดแพงขึ้น อย่าเพิ่งเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid ทันที ให้เปิด Auction Insights เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสนามประมูล สิ่งที่ควรเช็ก:
  1. Impression Share ลดลงหรือไม่: ถ้าลดลง อาจเสียโอกาสแสดงมากขึ้น
  2. Overlap Rate ของคู่แข่งเพิ่มขึ้นหรือไม่: ถ้าเพิ่ม แปลว่าคู่แข่งเข้ามาชนบ่อยขึ้น
  3. Position Above Rate ของคู่แข่งสูงขึ้นหรือไม่: ถ้าสูงขึ้น คู่แข่งอาจแซงตำแหน่งเราบ่อยขึ้น
  4. Top of Page Rate ของเราลดลงหรือไม่: ถ้าลด อาจทำให้ CTR ลด
  5. Conversion ลดเพราะคู่แข่ง หรือเพราะ Traffic ไม่ดี: ต้องดู Search Terms และ Conversion Tracking ประกอบ
ตัวอย่าง:
  • CPC เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์
  • Overlap Rate ของคู่แข่งรายใหม่จาก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 45 เปอร์เซ็นต์
  • Position Above Rate ของคู่แข่งรายนั้นสูงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
กรณีนี้อาจไม่ได้แปลว่าแคมเปญเราแย่ แต่แปลว่ามีคู่แข่งที่กำลังเข้ามาแข่งหนักขึ้น ต้องวิเคราะห์ต่อว่าจะเพิ่มงบ ปรับ Bid ปรับ Ad Copy ปรับ Landing Page หรือเลือกโฟกัสเฉพาะ Keyword ที่คุ้มกว่า

คู่แข่งใน Auction Insights อาจไม่ใช่คู่แข่งธุรกิจเสมอไป

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เห็นชื่อเว็บไซต์ใน Auction Insights แล้วคิดว่านั่นคือคู่แข่งธุรกิจโดยตรงเสมอไป แต่จริง ๆ คู่แข่งใน Auction Insights คือผู้ลงโฆษณาที่เข้าร่วม Auction เดียวกับเรา ไม่จำเป็นต้องขายสินค้าเหมือนเราทุกอย่าง ตัวอย่าง:
  • ธุรกิจรับทำเว็บไซต์ อาจเจอเว็บสอนทำเว็บไซต์
  • คอร์ส Google Ads อาจเจอเว็บบทความสอนฟรี
  • คลินิกอาจเจอ Marketplace ด้านสุขภาพหรือเว็บรวมรีวิว
  • ธุรกิจ B2B อาจเจอแพลตฟอร์มเปรียบเทียบราคา
ดังนั้นต้องแยกให้ออกว่า:
  • คู่แข่งรายนี้ขายสินค้า/บริการเดียวกับเราหรือไม่
  • เขาแข่งขันกับเราเฉพาะบาง Keyword หรือหลายกลุ่มคำ
  • เขามี Intent กลุ่มลูกค้าเหมือนเราหรือไม่
  • เขาแย่งคลิกจากคำที่สร้างยอดขายจริงหรือไม่
ถ้าเป็นคู่แข่งที่ชนเฉพาะคำกว้างแต่ไม่ได้แย่งคำทำเงิน อาจไม่ต้องตอบโต้หนัก แต่ถ้าเขาแซงเราใน Keyword ที่มี Conversion ดี อาจต้องวางกลยุทธ์จริงจังขึ้น

Metric ที่ควรดูคู่กับ Auction Insights

Auction Insights บอกภาพการแข่งขัน แต่ยังไม่พอสำหรับการตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับ Bid ต้องดู Metric อื่นประกอบด้วย Metric ที่ควรดู:
  • Search Impression Share: เราได้พื้นที่การแสดงผลมากพอหรือไม่
  • Search Lost IS Budget: เสีย Impression เพราะงบไม่พอหรือไม่
  • Search Lost IS Rank: เสีย Impression เพราะอันดับโฆษณาไม่ดีพอหรือไม่
  • CTR: ข้อความโฆษณาดึงดูดคลิกได้ดีหรือไม่
  • Quality Score: Keyword, Ad และ Landing Page เกี่ยวข้องกันพอหรือไม่
  • Conversion Rate: Traffic ที่ได้แปลงเป็น Lead หรือยอดขายดีหรือไม่
  • Cost per Conversion: ต้นทุนต่อผลลัพธ์ยังคุ้มไหม
  • Lead Quality: Lead ที่ได้จากคำเหล่านั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่
ตัวอย่างการอ่าน:
  • ถ้า Lost IS Budget สูงและ Conversion ดี อาจพิจารณาเพิ่มงบ
  • ถ้า Lost IS Rank สูง อาจต้องปรับ Bid, Quality Score, Ad Copy หรือ Landing Page
  • ถ้าคู่แข่งอยู่เหนือเราแต่ Cost per Conversion เรายังคุ้ม อาจไม่ต้องไล่แข่งทุกตำแหน่ง
  • ถ้าคู่แข่งแซงในคำที่ไม่ทำ Conversion อาจไม่จำเป็นต้องตอบโต้
การตัดสินใจที่ดีต้องดูทั้งสนามแข่งขันและผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่ดูแค่คู่แข่งแล้วรีบเพิ่มงบ

คนเรียน Google Ads ควรเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร

สำหรับคนที่เรียน Google Ads เรื่อง Auction Insights เป็นหัวข้อที่ช่วยให้เข้าใจว่าการยิง Search Ads ไม่ได้มีแค่การเลือก Keyword และเขียนโฆษณา แต่ยังมีการแข่งขันในระบบประมูลที่เปลี่ยนตลอดเวลา คอร์ส Google Ads ที่ดีควรสอนให้เข้าใจว่า:
  • Auction Insights ใช้ดูใครแข่งกับเราใน Auction
  • Impression Share ใช้วัดโอกาสการแสดงผลอย่างไร
  • Overlap Rate ช่วยบอกคู่แข่งที่ขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน
  • Position Above Rate ช่วยบอกคู่แข่งที่อยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน
  • Top of Page Rate ช่วยดูตำแหน่งโฆษณาอย่างไร
  • ไม่ควรเพิ่มงบเพราะรู้สึกว่าคู่แข่งแรง แต่ควรดูข้อมูลก่อน
  • ต้องอ่าน Auction Insights คู่กับ Conversion, CPA และ Lead Quality เสมอ
ถ้าเรียนแบบจำปุ่มอย่างเดียว อาจรู้แค่เปิดรายงานตรงไหน แต่ไม่รู้ว่าควรตีความอย่างไร แต่ถ้าเข้าใจหลักการ จะวิเคราะห์ได้ว่าแคมเปญแพ้เพราะ Budget, Rank, Quality, Bid หรือเพราะคู่แข่งในตลาดเปลี่ยนจริง

BATTLE Framework สำหรับอ่าน Auction Insights

Framework เฉพาะบทความนี้คือ BATTLE Framework ใช้สำหรับวิเคราะห์ Auction Insights ก่อนตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับ Bid
  1. B – Budget Pressure: เราเสีย Impression เพราะงบไม่พอหรือไม่
  2. A – Auction Competitors: มีคู่แข่งรายใดเข้ามา Overlap กับเราบ่อยขึ้น
  3. T – Top Position: เราและคู่แข่งขึ้น Top of Page บ่อยแค่ไหน
  4. T – Traffic Quality: Traffic ที่ได้จากสนามนี้สร้าง Conversion คุณภาพหรือไม่
  5. L – Lost Impression Share: เราเสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank
  6. E – Economic Decision: ถ้าจะเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid คุ้มกับ CPA, ROAS หรือกำไรจริงหรือไม่
ตัวอย่างการใช้:
  • ถ้า Budget Pressure สูงและ Conversion ดี อาจเพิ่มงบ
  • ถ้า Rank แพ้และ Keyword สำคัญมาก อาจปรับ Ad Quality, Landing Page หรือ Bid
  • ถ้าคู่แข่งขึ้นเหนือเราแต่เราได้ CPA ดีกว่า อาจไม่ต้องไล่แข่งตำแหน่ง
  • ถ้าตลาดแข่งหนักขึ้นแต่ Conversion ไม่คุ้ม อาจย้ายงบไป Keyword ที่ Intent ชัดกว่า

Routine การเช็ก Auction Insights

Auction Insights ไม่ควรดูเฉพาะตอนมีปัญหา แต่ควรใช้เป็น Routine ในการติดตามสนามแข่งขัน Routine ที่แนะนำ:
  • เช็กทุก 2-4 สัปดาห์: สำหรับแคมเปญที่ใช้งบต่อเนื่อง
  • เช็กหลังเพิ่มงบ: ดูว่าการเพิ่มงบทำให้ได้ Impression Share เพิ่มขึ้นหรือไม่
  • เช็กหลังปรับ Bid Strategy: ดูว่า Top of Page และ Position เปลี่ยนหรือไม่
  • เช็กช่วง High Season: เช่น เทศกาล โปรโมชัน หรือช่วงที่คู่แข่งลงงบหนัก
  • เช็กเมื่อ CPC หรือ CPA แพงขึ้นผิดปกติ: ดูว่าสนามประมูลเปลี่ยนหรือไม่
สิ่งที่ควรทำทุกครั้ง:
  1. เทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า
  2. ดูคู่แข่งที่ Overlap สูงขึ้น
  3. ดูคู่แข่งที่ Position Above Rate สูง
  4. ดู Impression Share ของเรา
  5. ดู Lost IS Budget และ Lost IS Rank
  6. ดู Conversion, CPA และคุณภาพ Lead ประกอบ
  7. ตัดสินใจว่าจะเพิ่มงบ ปรับ Bid ปรับ Quality หรือเปลี่ยน Keyword Focus
ถ้าต้องการให้ทีมช่วยตรวจบัญชี Google Ads, Auction Insights, Keyword, Bidding, Conversion Tracking และ Landing Page สามารถดูรายละเอียดได้ที่ บริการรับทำโฆษณา Facebook, TikTok และ Google Ads

Masterclass 3 กล่อง

Masterclass 1: คู่แข่งขึ้นเหนือเรา ไม่ได้แปลว่าเราต้องไล่ทันทุกคำ

แนวคิด: Position Above Rate สูงแปลว่าคู่แข่งมักอยู่เหนือเราเมื่อแสดงพร้อมกัน แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องเพิ่ม Bid เพื่อแซงทุกครั้ง เพราะบาง Keyword อาจไม่คุ้มพอให้สู้ตำแหน่งบนสุด

วิธีนำไปใช้: แยก Keyword เป็นกลุ่มทำเงินและกลุ่มเสริม ถ้าคำไหนมี Conversion คุณภาพและกำไรดี ค่อยพิจารณาดันตำแหน่ง แต่ถ้าคำไหน CPA แพงหรือ Lead คุณภาพต่ำ ไม่ต้องไล่แข่งทุก Auction

ตัวอย่างธุรกิจ: ธุรกิจคอร์ส Google Ads อาจไม่ต้องชนะทุกคำกว้าง เช่น “Google Ads คืออะไร” แต่ควรโฟกัสคำที่มี Intent สูง เช่น “เรียน Google Ads ตัวต่อตัว” หรือ “คอร์ส Google Ads สำหรับเจ้าของธุรกิจ”

Masterclass 2: ค่าแอดแพงขึ้น ต้องแยกว่าแพงเพราะตลาดหรือแพงเพราะบัญชีเรา

แนวคิด: CPC หรือ CPA ที่สูงขึ้นอาจเกิดจากคู่แข่งบุกหนักขึ้น แต่ก็อาจเกิดจาก Quality Score, Ad Relevance, Landing Page หรือ Search Terms ที่ไม่ดีของเราเอง

วิธีนำไปใช้: อ่าน Auction Insights คู่กับ Search Terms Report, Quality Score, Lost IS Rank, Lost IS Budget และ Conversion Rate เพื่อแยกสาเหตุให้ชัดก่อนตัดสินใจเพิ่มงบ

ตัวอย่างธุรกิจ: ถ้า Auction Insights บอกว่าคู่แข่งไม่ได้เปลี่ยนมาก แต่ CPA แพงขึ้น อาจต้องกลับไปดู Search Terms, Landing Page หรือ Tracking แทนที่จะโทษคู่แข่งทันที

Masterclass 3: Impression Share สูงไม่สำคัญเท่ากับ Impression Share ที่สร้างยอดขาย

แนวคิด: การได้ Impression Share สูงในคำที่ไม่สร้างยอดขายอาจไม่ช่วยธุรกิจ แต่การได้ Impression Share มากขึ้นในกลุ่มคำที่ Intent ดีและ Conversion คุณภาพสูงอาจคุ้มกว่า

วิธีนำไปใช้: อย่าตั้งเป้าเพิ่ม Impression Share ทั้งบัญชีแบบกว้าง ๆ ให้เลือกเฉพาะ Campaign, Ad Group หรือ Keyword ที่สร้างยอดขายจริง แล้วค่อยวางกลยุทธ์เพิ่ม Budget หรือปรับ Bid

ตัวอย่างธุรกิจ: ถ้าคำว่า “รับทำ Google Ads ราคา” มี Conversion คุณภาพดี การเพิ่ม Impression Share ในคำนี้อาจคุ้มกว่าการเพิ่มงบให้คำกว้างอย่าง “Google Ads” ที่มีคนหาข้อมูลจำนวนมากแต่ไม่พร้อมซื้อ

ตาราง Use Case สำหรับธุรกิจแต่ละประเภท

ประเภทธุรกิจ สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights การตัดสินใจที่เป็นไปได้ Metric ที่ต้องดูคู่กัน
คอร์สเรียน / Training คู่แข่งที่ Overlap กับคำคอร์สและคำเรียนตัวต่อตัว ดันเฉพาะคำที่สมัครเรียนจริง ไม่ไล่ทุกคำกว้าง Cost per Lead, สมัครเรียนจริง, Close Rate
บริการ B2B คู่แข่งที่อยู่เหนือในคำบริการและคำราคา ปรับ Ad Copy, Landing Page และ Bid ในคำที่มี Lead คุณภาพ Qualified Lead, Meeting Booked, CPA
คลินิก คู่แข่งที่ Top of Page สูงในคำบริการและทำเล ดันคำทำเลหรือบริการที่จองจริง ไม่แข่งทุกคำรีวิว Cost per Booking, Show-up Rate, Revenue
อสังหา คู่แข่งในคำทำเล ราคา และโครงการ เพิ่มงบเฉพาะโครงการที่มี Site Visit และ Booking Qualified Lead, Appointment, Booking
E-commerce คู่แข่งในคำสินค้า รุ่น ราคา และของแท้ เพิ่มงบเฉพาะสินค้ากำไรดีและคำที่ Purchase คุ้ม Purchase, ROAS, Cost per Purchase, Margin

Danger Zone จุดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดที่ 1: เห็นคู่แข่งอยู่เหนือแล้วรีบเพิ่มงบทันที
การเพิ่มงบโดยไม่ดู Conversion และ CPA อาจทำให้ใช้เงินมากขึ้นแต่กำไรไม่เพิ่ม ผลเสียคือแข่งตำแหน่งโดยไม่รู้ว่าคำเหล่านั้นคุ้มจริงหรือไม่ แนวทางคือดู Position Above Rate คู่กับ Cost per Conversion และ Lead Quality ก่อน

ข้อผิดพลาดที่ 2: ดู Auction Insights แล้วคิดว่าทุกรายคือคู่แข่งธุรกิจโดยตรง
ผู้ลงโฆษณาที่ขึ้นร่วมกับเราอาจไม่ได้ขายสิ่งเดียวกันเสมอไป ผลเสียคืออาจตีความตลาดผิด แนวทางคือแยกคู่แข่งใน Auction กับคู่แข่งธุรกิจจริงออกจากกัน

ข้อผิดพลาดที่ 3: ดูแค่ Impression Share แต่ไม่ดู Lost IS Budget / Rank
Impression Share ต่ำบอกว่าเราได้พื้นที่น้อย แต่ไม่บอกทั้งหมดว่าทำไม ผลเสียคืออาจเพิ่มงบทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ Rank หรือ Quality แนวทางคือดูสาเหตุการเสีย Impression ประกอบทุกครั้ง

ข้อผิดพลาดที่ 4: ไล่ Absolute Top ทุกคำ
การพยายามขึ้นอันดับบนสุดทุก Keyword อาจทำให้ CPC สูงเกินและ CPA แพงขึ้น ผลเสียคือยอดคลิกอาจเพิ่ม แต่กำไรลด แนวทางคือไล่ตำแหน่งเฉพาะคำที่มี Intent สูงและ Conversion คุ้ม

ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่เทียบช่วงเวลา
ดู Auction Insights แค่ช่วงเดียวอาจไม่เห็นแนวโน้มว่าคู่แข่งเพิ่มหรือลดความรุนแรง ผลเสียคือวิเคราะห์ผิดว่าตลาดนิ่ง ทั้งที่จริงเปลี่ยนแล้ว แนวทางคือเทียบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ หรือเดือนต่อเดือนเสมอ

Checklist ก่อนเพิ่มงบเพราะคิดว่าคู่แข่งแรงขึ้น

  • เปิด Auction Insights ดูแล้วหรือยัง
  • รู้หรือยังว่าคู่แข่งรายใด Overlap กับเรามากที่สุด
  • Position Above Rate ของคู่แข่งเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่
  • Top of Page Rate ของเราลดลงหรือไม่
  • Impression Share ของเราลดลงจากช่วงก่อนหรือไม่
  • เสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank
  • Keyword ที่กำลังแพ้คู่แข่งเป็นคำที่สร้าง Conversion จริงหรือไม่
  • Cost per Conversion ยังอยู่ในกรอบที่รับได้หรือไม่
  • Lead ที่ได้จาก Keyword นั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่
  • Search Terms ของ Keyword นั้นยังตรงกลุ่มหรือไม่
  • Ad Copy และ Landing Page ยังสู้คู่แข่งได้หรือไม่
  • Quality Score, Ad Relevance และ Landing Page Experience ควรปรับหรือไม่
  • ถ้าเพิ่มงบแล้วมีโอกาสได้ยอดขายเพิ่มจริงหรือแค่ได้คลิกเพิ่ม
  • มีแผนติดตามผลหลังเพิ่มงบหรือปรับ Bid แล้วหรือยัง

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Auction Insights คืออะไร

Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ช่วยเปรียบเทียบ Performance ของโฆษณาเรากับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่เข้าร่วมการประมูลเดียวกัน เช่น ดู Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate และ Top of Page Rate

Auction Insights ใช้ดูคู่แข่งได้จริงไหม

ใช้ดูผู้ลงโฆษณาที่แข่งขันใน Auction เดียวกับเราได้ แต่ต้องเข้าใจว่ารายชื่อในรายงานอาจเป็นคู่แข่งในสนามโฆษณา ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่งธุรกิจโดยตรงทุกกรณี

Overlap Rate คืออะไร

Overlap Rate คือความถี่ที่โฆษณาของคู่แข่งรายหนึ่งแสดงพร้อมกับโฆษณาของเรา ถ้าค่านี้สูง แปลว่าคู่แข่งรายนั้นเข้ามาอยู่ในการประมูลเดียวกับเราบ่อย

Position Above Rate คืออะไร

Position Above Rate คือความถี่ที่คู่แข่งแสดงอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าเรา เมื่อโฆษณาของเราและคู่แข่งแสดงพร้อมกัน ใช้ดูว่าคู่แข่งมักอยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน

คนเรียน Google Ads ควรเริ่มใช้ Auction Insights ยังไง

ควรเริ่มจากดูรายงานระดับ Campaign หรือ Keyword ที่ใช้งบเยอะ แล้วเทียบ Impression Share, Overlap Rate และ Position Above Rate กับ Conversion, CPA และคุณภาพ Lead เพื่อดูว่าควรเพิ่มงบ ปรับ Bid หรือปรับคุณภาพแคมเปญก่อน

สรุป

Auction Insights คือรายงานสำคัญใน Google Ads ที่ช่วยให้เราเห็นภาพการแข่งขันในสนามประมูล ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขในบัญชีตัวเอง แต่ดูด้วยว่าเรากำลังแข่งกับใคร คู่แข่งขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน และคู่แข่งอยู่เหนือเรามากเพียงใด หัวใจสำคัญคือ ถ้าค่าแอดแพงขึ้น อย่าเพิ่งเพิ่มงบทันที ต้องเช็กก่อนว่าสนามแข่งขันเปลี่ยนจริงหรือไม่ โดยดู Metric อย่าง Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate, Top of Page Rate และ Outranking Share ร่วมกับ Conversion, Cost per Conversion และ Lead Quality Best Practice คือใช้ BATTLE Framework ตรวจ Budget Pressure, Auction Competitors, Top Position, Traffic Quality, Lost Impression Share และ Economic Decision เพื่อให้การเพิ่มงบหรือปรับ Bid เกิดจากข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึกว่าคู่แข่งแรงขึ้น ถ้าต้องการเรียน Google Ads แบบลงมือทำจริง เข้าใจตั้งแต่ Keyword, Bidding, Auction Insights, Search Terms Report, Negative Keywords, Conversion Tracking, Landing Page และการอ่านผลจากยอดขายจริง สามารถดูรายละเอียดได้ที่ คอร์ส Google Ads Beginner to Expert หรือดูคอร์สทั้งหมดได้ที่ ดูคอร์สเรียนทั้งหมดของ DigitalD2M

อย่าเพิ่มงบเพราะรู้สึกว่าคู่แข่งแรงขึ้น ต้องดู Auction Insights ก่อนว่าสนามประมูลเปลี่ยนจริงไหม

DigitalD2M ช่วยสอนและวางระบบ Google Ads ตั้งแต่ Keyword, Auction Insights, Search Terms Report, Negative Keywords, Conversion Tracking, Landing Page และการอ่านผล เพื่อให้ธุรกิจยิงแอดอย่างมีเหตุผลและวัดผลได้จริง

DigitalD2M — คอร์ส Google Ads สอนยิงแอด Google โฆษณาออนไลน์ เว็บไซต์ และระบบวัดผล ให้ธุรกิจเติบโตอย่างวัดผลได้

Scroll to Top